การประชาสัมพันธ์หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง >> เครือข่ายสืบสานปรัชญาฯ
ศูนย์การเรียนรู้ ตามรอยพ่อหลวง

วันที่ 16 ก.ย. 2559 (จำนวนคนอ่าน 382 คน)

ศูนย์การเรียนรู้ ตามรอยพ่อหลวง  
สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ อยู่ไม่ห่างไกลจากกรุงเทพมหานครบนพื้นที่๑๔ ไร่ ซึ่งเป็นสถานที่ศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับการรักษาธรรมชาติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คุณจะได้รับความรู้ และยังได้สัมผัสกับการใช้ชีวิตที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์  ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ จ.นครนายก เกิดจากความร่วมมือของมูลนิธิชัยพัฒนากับสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอแนวคิดและทฤษฎีการพัฒนาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้านการเกษตร สิ่งแวดล้อม และพลังงาน ให้ประชาชนที่สนใจได้เข้าเยี่ยมชม  ที่นี่แบ่งพื้นที่ออกเป็นแหล่งเรียนรู้ 4 ภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้ ซึ่งโซนภาคเหนือเป็นการแสดงแนวคิดด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การอยู่ร่วมกันของคนกับธรรมชาติ จะมีจุดเรียนรู้ ๔ จุดด้วยกัน จุดแรกจะเป็นการผลิตของใช้ในครัวเรือน มีการผลิตสบู่ แชมพู น้ำยาล้างจาน โดยเอาพืชสมุนไพรในครัวเรือนมาใช้ในการผลิต นอกจากจะช่วยลดค่าใช้จ่ายแล้วยังสามารถสร้างรายได้อีกด้วย จุดที่สองเป็นการผลิตน้ำแดดเดียว คือการนำน้ำไปตากแดด จะช่วยฆ่าเชื้อโรคในน้ำได้ ต่อมาจุดที่สาม การปลูกหญ้าแฝก จะเป็นเหมือนกำแพง ที่ช่วยดูดซับน้ำและช่วยรักษาหน้าดิน ส่วนจุดสุดท้าย เป็นการห่มดิน คือการนำใบไม้มาปกคลุมให้ดินมีความอบอุ่น ประโยชน์ของการห่มดิน คือ ควบคุมความชื้นในดิน ได้โดยไม่จำเป็นต้องรดน้ำทุกวัน โซนภาคกลาง แสดงแนวคิดการเกษตรทฤษฎีใหม่ เป็นการบริหารจัดการทรัพยากรดินเพื่อใช้ประโยชน์จากพื้นที่ให้คุ้มค่าที่สุด โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น ๔ ส่วนคือ ส่วนแรกเป็นพื้นน้ำ ส่วนที่สองเป็นพื้นที่นาข้าว ส่วนที่สามเป็นพื้นที่ปลูกผัก ผลไม้ และส่วนสุดท้ายเป็นที่อยู่อาศัย โซนภาคอีสาน แสดงแนวคิดด้านทำอาชีพเสริม เนื่องจากภาคอีสานมีอุปสรรคในการทำเกษตร พระเจ้าอยู่หัวจึงทรงส่งเสริมอาชีพให้แก่ราษฎร โดยมีธนาคารข้าว จะสอนการปลูกข้าว การสีข้าว การฝัดข้าว มีโรงเพาะเห็ด และการเลี้ยงสัตว์ โซนภาคใต้ แสดงแนวคิดเรื่องพลังงานทดแทน มีการผลิตน้ำมันไบโอดีเซล และมีการสาธิตการเผาถ่าน ลุงปัญญา ปุลิเวคินทร์ หัวหน้าศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ อดีตผู้จัดการ ธนาคารสงเคราะห์ ที่ละทิ้งเงินเดือนกว่าครึ่งแสน มาลงมือฟื้นฟูผืนดินที่แห้งแล้งนี้ ลุงปัญญาบอกว่า "ความพอเพียง คือปั้นปลายของชีวิต เข้าสู่ชีวิตแห่งความเรียบง่าย ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงโดยหาบุคคลต้นแบบว่าจะเอาใครเป็นแบบอย่างที่ทำงานกับเกษตรกรแบบที่ไม่รู้จักคำว่าท้อ” ลุงปัญญาใช้ชีวิตแบบพอเพียง ไร้เงินเดือน เดินตามรอยพ่อของแผ่นดิน " การทำงานให้พ่อหลวง จะทำที่ไหนก็ได้ แค่ทำให้พ่อหลวงมีความสุข” ลุงปัญญา ได้เปรียบเศรษฐกิจพอเพียงเหมือนบ้าน ที่มี ๔ อย่าง คือ พออยู่ พอกิน พอใช้ และพอร่มเย็น การใช้ชีวิตแบบพออยู่ คือ การที่เราปลูกป่าให้ไม้ พืช ที่จำเป็นต่อการใช้ทำที่อยู่อาศัยต่างๆ เช่น ไม้ทำโครงสร้างบ้าน เมื่อเหลือใช้ก็จะแจกจ่ายแบ่งขายเป็นรายได้เสริม พอกิน คือการที่เราปลูกป่าเพื่อใช้พืช ที่เราจะนำมาใช้กินอย่างพอเพียง เช่น ปลูกข้าว ปลูกผัก เมื่อเราเหลือกินแล้วก็แบ่งออกขายได้ พอใช้ คือการปลูกป่าให้มีพืชที่เราจะต้องใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ยา ขนม เมื่อเราได้ใช้ อย่างพอเพียง เราก็แบ่งขายเป็นรายได้ให้แก่ครอบครัว ส่วนพอร่มเย็น คือการที่เราได้ใช้ชีวิต แบบพออยู่ พอกิน พอใช้แล้วเราก็จะอยู่อย่างมีความสุข สังคมมีความเข้มแข็ง และประเทศชาติ ก็มั่นคง นอกจากให้ความรู้เรื่องการรักษาธรรมชาติแล้ว ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติยังสอนวิธีการทำสบู่ แชมพูจากสมุนไพรต่างๆ เป็นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์ และลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนดังที่ที่นี่จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ที่จะได้รับความรู้เรื่องแนวคิดและทฤษฎีการพัฒนาในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้งยังได้รับความเพลิดเพลินกับการท่องเที่ยว และสิ่งที่ได้เรียนรู้ยังสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันอีกด้วย
                                                                                   นางสาวธาระณี สะตะ :เรียบเรียง
                                                                                  ข้อมูล /ภาพ ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ
                    
จำนวนคนอ่าน 383 คน จำนวนคนโหวต 0 คน