การประชาสัมพันธ์หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง >> เครือข่ายสืบสานปรัชญาฯ
หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ บ้านหัวอ่าว จังหวัดนครปฐม

วันที่ 16 ก.ย. 2559 (จำนวนคนอ่าน 3601 คน)

หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ บ้านหัวอ่าว จังหวัดนครปฐม
ชุมชนบ้านต้นแบบหัวอ่าว ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 5 ตำบลบางช้าง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม มีจำนวนครัวเรือน 185 ครัวเรือน ประชากร จำนวน 711 คน สภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่ม ดินเป็นดำลุ่มแม่น้ำมีความอุดมสมบูรณ์เหมาะสมแก่การเพราะปลูก มีลำคลอง4 สายไหลผ่านพื้นที่ คือ คลองจินดา คลองบางช้าง คลองตาเพ็ญ และคลองยายเหรียญ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่รับน้ำจากแม่น้ำท่าจีนพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตรกรรม การประกอบอาชีพส่วนใหญ่ประมาณ 105 คัวเรือน ทำการเกษตรสวนผลไม้ อาทิ สวนฝรั่ง ชมพู่ มะพร้าวน้ำหอม มะม่วง และทำนา อาชีพรอง ก็คือการรับจ้างทั่วไป ค้าขาย รับราชการ/เจ้าหน้าที่ของรัฐในพื้นที่ มีโรงเรียน 1 แห่ง หอกระจายข่าว ศูนย์การเรียนรู้ชุมชน และร้านค้า 3 แห่ง ผลผลิตของชุมชน ได้แก่ สินค้าเกษตรอินทรีย์ เช่น ผลไม้สด อาทิ ฝรั่ง มะม่วง กล้วย มะพร้าวน้ำหอม ฟักข้าว มะนาว ข้าวไรซ์เบอร์รี่ สบู่สมุนไพรจากฟักข้าว ขนมไทยโบราณ ไม้กวาดก้านมะพร้าว กิ่งพันธุ์ต้นไม้ อาทิ มะนาว มะพร้าว มะม่วง และปุ๋ยอินทรีย์ เป็นต้น นับตั้งแต่ชาวบ้านในชุมชน บ้านหัวอ่าว เริ่มตระหนักถึงปัญหาที่ชุมชนเผชิญ ทั้งด้านเศรษฐกิจสังคม สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม เป็นจุดเริ่มต้นที่นำชุมชนเข้าสู่กระบวนการพัฒนาแบบระเบิดจากข้างใน เพื่อนำไปสู่การพึ่งตนเองอย่างยั่งยืน ปัจจุบันคนในชุมชนโดยเฉพาะผู้นำมีความเข้าใจลึกซึ้งในหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และยึดเป็นหลักคิด หลักปฏิบัติการขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่อง กรรมการหมู่บ้าน อาสาสมัคร และผู้ที่สนใจได้รับการฝึกอบรม การศึกษาดูงานอย่างทั่วถึง สามารถสร้างความรู้ ความเข้าใจและเกิดตัวอย่างการประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่เห็นผลเป็นรูปธรรม ทั้งด้านการบริหารและการพัฒนา เส้นทางสู่หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ จุดเริ่มต้น จากสภาพปัญหาของชุมชนที่รุมเร้านำไปสู่การร่วมกันแก้ไขปัญหา ก่อนปี 2545 ชุมชนบ้านหัวอ่าว ดำรงชีวิตด้วยวิถีเกษตรที่พึ่งพิงธรรมชาติที่ฟ้าฝนไม่แน่นอน เกษตรกรล้วนเผชิญกับปัญหาผลผลิตตกต่ำจากสภาพดินฟ้าอากาศ และโรค รวมทั้งศัตรูพืชมากมาย ราคาผลผลิตตกต่ำไม่สามารถกำหนดราคาเองได้และนำไปสู่การใช้ปุ๋ยเคมี/ยาฆ่าแมลงที่ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น ปัญหาต่าง ๆ สะสมมากขึ้นจนกระทั่งกระทบต่อความมั่นคงของรายได้ มีการกู้เงินทั้งในและนอกระบบมาใช้จ่ายในครัวเรือน กระทบต่อสุขภาพของประชาชนในหมู่บ้านที่เกิดจากการใช้ยาฆ่าแมลง เกิดความอ่อนเพลีย ติดเชื้อ และกระบทต่อทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นปัจจัยการผลิตมีสภาพเสื่อมโทรงลงทำให้เกษตรกรต้องใช้สารเคมีมากขึ้น ปัญหาก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้นตามลำดับ จากการร่วมกันวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายในการประกอบอาชีพเกษตรกรของคนในชุมชน พบว่า ที่มีจำนวนมากเป็นอันดับหนึ่ง คือ ค่ายาฆ่าแมลง รองลงมา คือ ค่าปุ๋ยเคมี ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง นอกจากนั้นยังมีค่ารักษาพยาบาลจากผลกระทบของการใช้สารเคมีอีกด้วย ทำให้รายได้ไม่เพียงพอ และมีหนี้สิ้นทั้งในและนอกระบบ บางครัวเรือนต้องขายที่เดินเพื่อปลดหนี้ ในปี 2545 ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งเริ่มตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อลูกหลานในอนาคต จึงได้มีการรวมกลุ่มพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นแนวทางการแก้ไขร่วมกัน โดยลำดับแรกเห็นว่าควรแก้ไขปัญหาการใช้สารเคมีก่อน เนื่องจากมีผลกระทบหลายด้าน ทั้งอาชีพ รายได้ และสุขภาพ โดยมีชาวบ้านสนใจเข้าร่วมจำนวนมากแต่การรวมตัวกันในระยะแรกไม่ราบรื่น เนื่องจากมีความคิดเห็นหลากหลายไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีหมู่บ้าน (กพสม.) ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจารกการเข้าร่วมเวทีประชาคมทักทอเครือข่ายพลังชุมชน พลังแผ่นดิน เพื่อเอาชนะยาเสพติดอย่างยั่งยืน และได้รับความรู้จากวิทยากรเกี่ยวกับการลดต้นทุนการผลิต ลดผลกระทบจากการใช้สารเคมี และแนะนำแนวทางการทำปุ๋ยชีวภาพ ได้เป็นแกนนำรวบรวมสมาชิกที่มีความเห็นสอดคล้องกัน จัดตั้งเป็น กลุ่มผลิตปุ๋ยชีวภาพ
                                                                                                             
 
                                                                                                              เรียบเรียงโดย พิม ศรีประเสริฐ
                                                                                              ภาพจากโครงการบ้านหัวอ่าว และเว็บไซด์
จำนวนคนอ่าน 3602 คน จำนวนคนโหวต 0 คน