การประชาสัมพันธ์หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง >> เครือข่ายสืบสานปรัชญาฯ
หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

วันที่ 22 ก.ย. 2559 (จำนวนคนอ่าน 202 คน)

หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
 
"...การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น ต้องสร้างพื้นฐาน คือความพอมีพอกินพอใช้ ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นเบื้องต้นก่อน ใช้วิธีการและอุปกรณ์ที่ประหยัด แต่ถูกต้องตามหลักวิชาการ เมื่อได้พื้นฐานที่มั่นคงพร้อมพอสมควรและปฏิบัติได้แล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญและฐานะเศรษฐกิจ ขั้นที่สูงขึ้นโดยลำดับต่อไป...” จากพระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วันที่ 18 กรกฎาคม 2517 จะเห็นได้ว่า พระเจ้าอยู่หัวของเราทรงมีพระเนตรที่กว้างไกล มีพระบรมราโชวาท ตั้งแต่ ปี 2517 จนถึงปัจจุบัน พระบรมราโชวาทจะยังทันสมัย ใช้ได้ตลอด ซึ่งปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาที่ชี้ถึงแนวการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ครอบครัว ชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อให้ก้าวทันต่อยุคโลกาภิวัตน์ ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควรต่อการรองรับผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน ทั้งนี้จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวัง อย่างยิ่งในการนำวิชาการต่าง ๆ มาใช้ในการวางแผนและการดำเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับ ให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติปัญญา และความรอบครอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ทั้งด้านวัตถุสังคมสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี การน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติและประยุกต์ใช้ ทุกคนสามารถนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นหลักปฏิบัติในการดำเนินชีวิตได้ ไม่ใช่เฉพาะในหมู่คนจนหรือเกษตรกร โดยต้อง "ระเบิดจากข้างใน” คือการเกิดจิตสำนึกมีความศรัทธาเชื่อมั่นเห็นค่าค่าและนำไปปฏิบัติด้วยตนเองแล้วจึงขยายไปสู่ครอบครัว ชุมชน สังคมและประเทศชาติต่อไป ด้านบุคคลและครอบครัว ต้องมุ่งเน้นให้บุคคลและครอบครัวอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขทั้งทางกายและทางใจ พึ่งพาตนเองอย่างเต็มความสามารถ ไม่ทำอะไรเกินตัว ดำเนินชีวิตโดยไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น รวมทั้งใฝ่รู้และมีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อความมั่นคงในอนาคตและเป็นที่พึงให้ผู้อื่นได้ในที่สุด ด้านเจ้าหน้าที่ของรัฐ ควรปรับวิถีและใช้ชีวิตแบบพอเพียง รู้จักพอประมาณและพึ่งตนเองเป็นหลักซื่อสัตย์สุจริต ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ รอบคอบ ระมัดระวังใช้จ่ายเหมาะสมกับรายได้ พัฒนาตนเองและความรู้อยู่เสมอ หลีกเลี่ยงอบายมุข รักษาวัฒนธรรมไทย ยึดประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน สามัคคีแบ่งปันให้บริการช่วยเหลือประชาชนด้วยน้ำใจไมตรีอย่างรวดเร็วและเสมอภาค ด้านการเกษตร แนวทางทางพัฒนาการเกษตรตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ภายใต้ชื่อ "ทฤษฎีใหม่” เป็นตัวอย่างหนึ่งของการประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียงอย่างเป็นรูปธรรมในแต่ละพื้นที่ในแต่ละภูมิสังคม เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนและความไม่แน่นอนของสภาพแวดล้อมธรรมชาติ เน้นการบริหารจัดการทรัพยากรดินและน้ำเพื่อจัดการที่ดินขนาดเล็กให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้เกษตรกรสามารถพึ่งตนเองได้ โดยดำเนินการใน 3 ขั้นตอน คือ ขั้นที่ 1 การผลิตแบบเศรษฐกิจพอเพียงในระดับบุคลและครัวเรือน ขั้นที่ 2 การรวมพลังในรูปกลุ่มสหกรณ์หรือกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ขั้นที่ 3 การสร้างเครือข่ายชุมชน ด้านธุรกิจเอกชน เริ่มจากความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจที่หวังผลประโยชน์หรือกำไรในระยะยาวมากกว่าระยะสั้น แสวงหาผลตอบแทนบนพื้นฐานของการแบ่งปัน มุ่งให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้รับประโยชน์อย่างเหมาะสมและเป็นธรรม ด้านการขยายธุรกิจต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป รวมทั้งต้องมีความรู้และเข้าใจธุรกิจของตนเองรู้จักลูกค้า ศึกษาคู่แข่ง และเรียนรู้การตลาดอย่างท่องแท้ ผลิตในสิ่งที่ถนัดและทำตามกำลัง สร้างเอกลักษณ์ที่แตกต่างและพัฒนาคุณภาพ ผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง มีการเตรียมความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น มีความซื่อสัตย์ รับผิดชอบต่อสังคมและป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ที่สำคัญต้องสร้างเสริมความรู้และจัดสวัสดิการให้แก่พนักงานอย่างเหมาะสม คุณประโยชน์ที่จะได้จากการนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นรากฐานสำคัญยิ่งในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนเพราะมีคุณประโยชน์ในทุกระดับ ดังนี้.- 1.บุคคลมีชีวิตสมดุล ครอบครัวสมดุล ชุมชนสมดุล ธุรกิจสมดุล ประเทศชาติสมดุล พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทุกด้านเป็นอย่างดี 2.ขจัดปัญหาความยากจนและความเสี่ยงทางเศรษฐกิจของคนจน 3.เป็นพื้นฐานของการสร้างพลังอำนาจและพัฒนาศักยภาพของชุมชนให้เข้มแข็ง เพื่อเป็นรากฐานของการพัฒนาประเทศ 4.ช่วยยกระดับความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจ ด้วยการสร้างข้อปฏิบัติในการทำธุรกิจที่เน้นผลกำไรระยะยาว ที่มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม 5.ช่วยปรับปรุงมาตรฐานของธรรมาภิบาลในทุกภาคส่วน ด้วยการเน้นประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และการมีผู้รับผิดชอบในการบริหารจัดการทั้งระดับนโยบายและระดับปฏิบัติ 6.ใช้เป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายสาธารณะของหน่วยต่าง ๆ และประเทศชาติได้อย่างเหมาะสม สามารถสร้างภูมิคุ้มกันต่อสถานการณ์ความเสี่ยงที่เข้ามากระทบโดยฉับพลัน
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง จึงเป็นหลักคิดหลักปฏิบัติของคนทุกคน เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างสมดุลและมั่นคง ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงรอบด้าน และเป็นประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวมอย่างแท้จริง อีกทั้ง ยังเป็นหนทางสร้างรากฐานสังคมแห่งการเรียนรู้ สังคมแห่งคุณธรรม และสังคมแห่งความสุข ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศและสังคมโลกอย่างยั่งยืน.
 
นรมน นันทมนตรี กิจจานนท์ : เรียบเรียง
ขอบคุณภาพจากเว็บไซด์
จำนวนคนอ่าน 203 คน จำนวนคนโหวต 0 คน